ตอนแรกที่เขียนบล็อกกะว่าจะเขียนรวดเดียวจบนะเนี่ย
แต่เจอปัญหาคอมเจ๊ง กับขี้เกียจซะก่อน
วันนี้เลยคิดว่ามาอัพเรื่องนี้ดีกว่า เป็นวิธีเดินทางด้วยAirport Limousine
ซึ่งตอนเรายังไม่ได้ไป เราคิดว่ายังไงก็จะเดินทางด้วยวิธีนี้แน่ๆ (กลัวหลง แล้วจะเสียเวลา)
อย่างน้อยก็คงขากลับเพราะว่าของเยอะชัวร์!!! ก็เลยลองหาๆข้อมูล
แต่ข้อมูลที่ได้ มันก็ยังไม่ได้ตอบแบบทุกคำถามที่เราสงสัย(ตอนยังไม่ได้ไป)
เลยมาเขียนไว้ลงบล็อคดีกว่า เผื่อจะมีคนเป็นเหมือนกันแล้วเสิร์ชมาเจอ ^ ^
----------------------------------------
ไม่เขียนเรื่องตอนเดินทางจากสนามบินแล้วกันเนอะ เพราะเคาท์เตอร์ลิมูซีนหาง่ายมากกก
แล้วในเว็บก็พอมีข้อมูลของเคาท์เตอร์แต่ละเทอมินอลอยู่แล้วด้วย
อีกอย่าง....ขาไปเราไม่ได้เดินทางด้วยลิมูซีนอ่ะ ไปNEXอ่ะ (แอบง่ายแถมสะดวกกว่าที่คิดด้วย)
แล้วก็ต่อไปลงที่สถานีชินจุกุ(ซื้อแบบเป็นแพ็คเกตSuica+Nex)
แอบบอกว่า ตอนลงnex ลืมเอาบัตรsuicaไปแตะตรงขาเข้าจากสถานีล่ะ
ดัี๊นนนน เดินลัดแล้วไปขึ้นรถไฟไปชินจุกุเลย 55555(ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไปได้ไง)
ในกรณีที่ทำเสร่ิอแบบนี้ ก็อยากจะบอกไว้ล่วงหน้าว่า อย่าคิดมาก เพราะมันต้องมีคนเคยมาแล้วสิน่า
(แต่ตอนนั้นเราก็กลัวมาก 555) เอาบัตรไปแตะที่สถานีแล้วมันก็ขึ้นไฟแดงไม่ให้ออก
เลยยืนงงๆ แต่จะยืนนานก็ไม่ได้ คนเยอะ เลยอาศัยช่วงคนน้อยไปลองอีกที
พอไม่ผ่าน เลยเดินไปตรงเจ้าหน้าที่สถานีส่งบัตรให้เค้าแล้วบอกว่าออกไม่ได้ค่า~
(อย่าคิดมากเรื่องแกรมม่าที่ใช้พูด ทำหน้าให้น่าสงสารไว้ เค้าก็เข้าใจ555)
เค้าก็จะเอาบัตรsuicaเราไป แล้วก็จะถามว่ามาจากสถานีไหนคร๊าบบบ บอกไปก็จะหักเงินให้เรียบร้อย
----------------------------------------
เอาละ มาถึงตอนที่ขึ้นลิมุซีนบัสกันมั่ง ในกรณีของเราเนี่ย นั่งตอนขากลับ
ซึ่งตอนขากลับเนี่ยเราอยู่แถวอิเคะบุคุโระ แล้วทีนี้เนื่องจากเปนคนกลัวลำบาก(- -")
สภาพขาเดี้ยงของตัวเองก็เกินรับ แล้วกระเป๋ายังแบบหนักโค่ดดดด โค่ด อีก
เลยตัดสินใจนั่งลิมูซีนดีกว่า เพราะว่าจากอิเคะ นั่งลิมุซีนถูกกว่าnexอีก แถมกระเป๋าก็มีคนขนให้
แล้วจากโรงแรมที่เราอยู่ (อยู่เทียร์เตอร์)ไปซันไชน์สะดวกมาก ทางเดินก็ราบเรียบ แถมมีบันไดเลื่อนให้เป็นช่วงๆ
(คนยังไม่ไปอาจคิดไม่ออกว่า แล้วมันสบายกว่าตรงไหนแค่ทางเดินเนี่ย คือ
"อย่าประมาททางเดินในรถไฟฟ้ากับรถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่น" ลำบากมากกกกกกก ไม่ได้เหมือนBTS+MRTบ้านเรา
ที่มีไม่กี่สาย อย่างเก่งก็สามชั้นห้าชั้น แต่นี่แบบ...ขอโทดนะคะ บางทีท่านก็มีบันไดเลื่อน
บางทีก็ไม่มี แล้วที่นู่นการเดินทางก็ดีกว่าเรามากกกก ต่อกันเข้าไปสิรถไฟสายไหนๆเชื่อมกันหมด
บางทีมีบันไดเลื่อนก็ไม่ได้ช่วยอะไร แค่พักขาแป๊บๆเท่านั้น นรกมันอยู่ที่การลากกระเป๋าใบเขื่องขึ้น-ลง นี่แหละ)
เลยตัดสินใจไปมันนี่แหละลิมูซีน ตอนแรกกะจะถามข้อมูลจากพนักงานโรงแรมก่อน
แต่คิดคำไม่ออก บวกกับหาจังหวะดีๆไม่ได้(เขินอ่ะ เวลามีคนไปรุมเยอะๆ 55)
เลยแบบ เออ...ไปดูสถานที่จริงเลยแล้วกัน(วะ) แล้วตอนนั้นคำถามนี่มีเยอะมากในหัว
เช่น ซื้อก่อนได้มั๊ย(เด๋วเอาตังค์ไปใช้หมด ไม่พอค่ารถ) ซื้อก่อนได้กี่วัน ทำยังไง ใช้อะไรมั่ง
แล้วเราเป็นโรค กลัวพนักงาน และสถานที่หรูๆเล็กน้อย (ไม่จำเป็นไม่เข้าน่ะ ^ ^" ฉายเดี่ยวแล้วรู้สึกไม่มั่น)
แต่สถานการณ์มันบังคับ เลยเดินไปซันไชน์ แล้วก็ไปส่องๆๆๆหาที่ขายบัตร
เสร็จก็เจอโต๊ะขายบัตรลิมูซีนพร้อมพนักงานและแขกรอซื้ออยู่ อีนี่ก็แอบกลัวเล็กน้อย
เลยเดินมาตั้งหลักไกลๆ เริ่มคิดละ ว่าจะถามไรมั่ง พูดยังไงดี ต้องใช้ไรซื้อมั่งเนี่ยยยย
คิดๆ+ทำใจเสร็จ ก็ดุ่มๆๆเข้าไป เจอป้าพนักงานนั่งอยู่ พอกำลังจะถามก็มีคนญี่ปุ่นเข้ามาคุยด้วยพอดี
ใจแป้วไปเลยอ่ะ (ความกล้าที่รวบรวมมา T-T) เสร็จ รอจังหวะพี่แก แล้วก็ถามเลย
ว่าจะมาซื้อตั๋วรถลีมุซีน ป้าแกก็ถามว่ากี่คน ไรงี้ ก็เลยบอกไปว่าคนเดียว แล้วก็พูดตัดหน้าแกก่อน
ว่าจะซื้อของพรุ่งนี้ จากนี่ไปแอร์พอร์ต ซื้อวันนี้ตอนนี้เลยได้มั๊ย (อารมณ์ว่าจองไม่ก็ซื้อล่วงหน้าน่ะ)
ป้าแกก็งงไปนิดนึง เลยพูดย้ำไปว่าจะไปพรุ่งนี้ ซื้อวันนี้ไว้ได้รึป่าว เค้าก็ได้ๆ
เราก็กำลังบอกว่าเอารอบไหน เพราะว่าหาข้อมูลมาแล้ว แต่บริการเค้าเจ๋งกว่า เค้าถามว่า
1. เครื่องบินอ่ะ flightไหน รอบกี่โมง ก็บอกไป แล้วป้าแกก็แบบเอาตารางเวลามา
แล้วบอกว่า เนี่ยไปรอบนี้นะ หรือว่าอีกรอบเป็นรอบนี้นะ เอารอบไหน รอบไหนดีกว่า ประมาณนี้
ก็เลยตอบๆไปว่าเอารอบนี้ๆ จิ้มไปเลยก็ได้ ถ้าไม่อยากพูด 555
2. เค้าจะถามชื่อ-นามสกุลเรา (จำไม่ได้ว่าขอพาสปอร์ตมั๊ย แต่น่าจะไม่ เพราะเหมือนเค้าจะได้สะกด
3. ถามว่าพักอยู่ห้องไหน เราก็งง ป้าแกก็รูมนัมเบอร์ๆ เราก็เลยบอกว่าโน ไม่ได้อยู่โรงแรมนี้
เค้าก็จะ อ๋อ พักที่โรงแรมไหน เค้าก็จะกรอกๆลงไป แล้วก็ขอรายละเอียด
4. ถามสายการบิน ว่าไปสายการบินอะไร แล้วเค้าก็จะกรอกไปว่าเราลงที่เทอร์มินอลไหน
5. เค้าจะทวนรายละเอียดทั้งหมด ออกตั๋วให้ แล้วก็จ่ายเงิน
แต่ด้วยความสงสัย(ไม่หาย) เลยถามว่าพรุ่งนี้มาขึ้นรถที่นี่เลยใช่ป่ะ ป้าแกก็บอกว่าใช่
รถจะจอดอยู่ข้างนอก มาตอนถึงเวลา ให้มานั่งรอในนี้ได้ อย่าเลท เราก็ถามว่าฝากกระเป๋าไว้ได้มั๊ย
เค้าก็บอกว่าได้ ฝากฟรี เราก็อือๆออๆเสร็จก็ขอบคุณเค้าแล้วออกมา
----------------------------------------
พอถึงวันที่จะกลับ ก็เช็คเอ๊าท์จากโรงแรมแล้วลากกระเป๋าไปที่โรงแรมซันไชน์
ไปที่เคาท์เตอร์ขายบัตรนั่นแหละ แต่ไม่มีใครนั่งอยู่ ก็ยืนงงแป๊บบบ นึง ก็มีพนักงานคนนึง
เดินมาถาม ก็เลยบอกว่าจะฝากกระเป๋าไว้ ด้วยความที่กลัวเค้าคิดว่าเราเป็นลูกค้าโรงแรม
แบบจะเช็คอินไรงี้ เลยยื่นตั๋วให้ดู แล้วก็บอกว่าจะมาขึ้นรถลิมูซีนตอนเย็นขอฝากไว้ได้มั๊ย
เค้าก็เอาตั๋วไปเช็คๆๆกับเอกสารของเค้าแล้วก็ลากกระเป๋าเราไปเก็บไว้ อีนี่ก็อารมณ์แบบ แค่นี้เหรอ
เลยยืนค้างไว้ เค้าก็ยิ้มๆให้ เลยทำหน้างงขั้นกว่าใส่ เค้าก็ทำมือแบบเชิญคับ เสร็จแล้ว ไรงี้
ก็เลยเดินออกไปช็อปปิ้ง พอใกล้ๆเวลาก็มานั่งรอที่ลอบบี้โรงแรม
ทีนี้พอรถมาพนักงานจะลากกระเป๋าทั้งหมดอ่ะออกไป ด้วยความที่แบบไม่แน่ใจว่ารอบนี้ป่าว
เลยยื่นตั๋วให้พนักงานแถวนั้นแล้วชี้ออกไปข้างนอก ว่าใช่ป่าว เค้าก็แบบใช่ๆ แล้วก็พาไปส่ง
(น่ารักมาก เดินออกไปไม่ถึง10ก้าว) แล้วก็คุยกับพนักงานอีกสองคน น่าจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้
เค้าก็ขอตั๋วไปดูแล้วก็จดๆ แล้วก็จะถามว่า มีกระเป๋ากี่ใบ บินไฟรท์นี้ ลงเทอร์มินอลนี้นะ ไรงี้
แล้วเค้าก็จะเอาเอากระดาษมาพันตรงกระเป๋าเรา ประมาณว่าของคนนี้ เอาลงที่เทอร์มินอลนี้
(จำไม่ได้ว่าเค้ายื่นให้เราด้วยอันนึงป่าว เหมือนแบบให้ยื่นให้ตอนลงรถ ไม่ก็ใช้ตั๋วลิมุซีนนี่แหละ)
แล้วก็ขึ้นรถ เลือกที่นั่งได้ตามสบายใจเฉิบ เอ้อ พกพาสปอร์ตติดตัวเสมอนะคะ
เพราะจะมีช่วงนึงตอนทางเข้าสนามบิน จะมีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจตั๋ว พาสปอร์ต
อยากบอกว่าชอบบบ บริการของเค้ามาก คือตอนถึงเทอมินอล1 คนลงกันหมดเลย
เหลือเรากับคนญี่ปุ่นอีกสองคน อีนี่ก็แบบ กุลงด้วยเลยดีมั๊ยวะ ไม่มั่นๆ
ต้องลงที่นี่หรือนั่งต่อเพราะคนลงไปเยอะมากกกก แต่ก็แบบ เออ รอดูก่อนละกัน
พอถึงเทอมินอล2 ก็ลงไป คือ...ดีใจอ่ะที่เมื่อกี้ไม่พลาดลงไป 555
เค้าจะขนของเราลงมาตามที่ติดไว้บนกระเป๋า น่ะ พอมองดูเทอ1กับ2แล้วแบบ
ความจริงถ้าเป็นของไทย เค้าขว้างๆลงมาแล้วมั้งน่ะ แต่เค้าก็ใส่ใจถามรายละเอียดว่าขึ้นสายการบินอะไร