ไม่ได้เขียนบล็อคนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ด้วยความขี้เกียจ+ปัญหาเรื่องเรียนด้วยแหละ

เลยไม่ค่อยจะมีอารมณ์ทำอะไรเลย ทำไรก็ไม่สนุก - -' ปัญหาเยอะจนแบบว่า...เฮ่ออ ทำไมถึงซวยได้ขนาดนี้

แล้วซวยเรื่องไรไม่ว่า มาซวยเรื่องเรียน เรื่องอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจ็คอีก เฮงซวยจริงๆ

 ตอนนี้ก็จัดการเรื่องเรียนจนเสร็จ(จบ)ละ ก็มีปัญหาตกงานตามมา 555 ก็ไม่ได้เครียดนะ

เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไง 80% ก็คงเจอปัญหาอย่างงี้กันทั้งนั้นแหละ แต่แหม...อยู่บ้านเฉยๆมันก็เบื่อนี่ดิ

 

 อ่ะ อีกเรื่องที่ตอนนี้กำลังกลุ้ม (เป็นชื่อไดวันนี้เลย) ก็เรื่องคัตตุนจะมาไทยนี่สิ ><!!

แค่พูดก็มีความรู้สึกแบบ มีความสุขนะ ดีใจมากด้วย ไม่อยากเชื่อเลยว่าในที่สุดเราก็จะได้เจอกันอีกครั้ง

หลังจากที่ไม่ได้เจอนานมากกกกกกกกกกกก แอบดีใจด้วยแหละที่หนุ่มๆมาไทยในช่วยกระแสเกาหลีฟีเวอร์

อย่างน้อย คนที่มาก็เป็นคนที่รักคัตตุนจริงๆ ไม่ใช่มาตามกระแส ^ ^ พูดง่ายๆคือ ที่จะมาเกรียนๆนี่ คงน้อยมากก แหละ

 (ดีใจด้วยเรื่องนี้จริงๆนะ 555แหม ก็ไม่อยากให้หนุ่มๆโดนฉุด โดนทึ้งนี่นา)

 แต่ได้ที่ทุกข์ใจไม่สบายใจนี่ ก็เรื่องที่จินไม่มานี่ดิ  ก็เรามันเมนจินนี่หว่า แต่มันไม่ใช่แค่เพราะไม่ได้เจอจินหรอก

แต่มันแบบ คัตตุนน่ะ อยากเจอให้ครบ T___T แต่เราก็เข้าใจทุกคนนะ เรารู้สึกว่าเค้ารักกันจริงๆ

โอกาสที่มีคนมาดูคอนเสิร์ตจินแล้วทาบทามให้ไปแสดงที่อเมริกาน่ะ ไม่ได้มีมาง่ายๆ 

เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่จินอยากทำจริงๆ สมาชิกทุกคนก็รู้ และอยากให้จินได้ทำตามฝัน ก้าวหน้าไปด้วย

เป็นการแยกกันทำงานชั่วคราวเท่านั้น แต่ๆๆๆที่เราบอกว่าทุกข์ใจ คือ คุณท่านอาคานิชิเนี่ย ยื่นขอวีซ่าระยะยาว

ชั้นก็คิดถึงนะเฟร่ยยยยยยยยย!!!~  ต้องทนไม่เห็น ไม่ได้รับรู้ข่าวเลยตั้งหลายเดือน T____T

 และอีกเรื่องที่ทุกใจคือ....เรื่อง "เงิน" ฮ่าๆๆๆๆ ก็...นะ ตอนนี้ตกงานอยู่นี่หว่า เงินก็ไม่มี ไม่กล้าจะขอแม่ด้วย

(เค้าก็ลำบากๆอยู่นะคะ เพราะตอนนี้แม่ผ่อนรถกับบ้านอยู่ ไม่กล้ากวนใจ) ใครช่วยคิดวิธีหาเงินได้มั่งเนี่ยยย ช่วยด้วย

 ปัญหาใหญ่คือ เรื่อง ตั๋ว คอนเสิร์ตนี่แหละ ยิ่งค่ายนั้นจัดยิ่งแบบ....หึๆๆๆแพงชิบ  เป็นค่ายแรกๆที่ขูดเลือดเนื้อแฟนคลับเลยมั้ง

ตั๋วคอนเสิร์ตที่เค้าเคยจัดๆมานี่....นะ เหอะๆๆ ไม่อยากจะพูดถึงอ่ะ จะเอาไประเบิดอวกาศสร้างดาวใหม่รึไงไม่รู้

ก็รู้สึกขอบคุณที่เอามาน่ะนะ แต่.........นั่นแหละ ช่วยดูความพอดีด้วยเหอะค่าาาาา!! แฟนคลับญี่ปุ่นถึงส่วนใหญ่จะโตในระดับนึง

แต่ก็เป็นคนธรรมดานะคะ นักเรียน นักศึกษาก็มี ขอความกรุณาด้วยเห้อออ!!!

อยากไปดูคอนมากมาย เพราะ อยากให้หนุ่มๆรู้ว่ามีแฟนๆอยู่นะ (ถึงจะโดนทอดทิ้งประเทศที่ค่อดๆจะปั่นป่วนไปนานหลายยยย ปีก็เหอะ)

 ไม่อยากให้อิมเแพ็คโล่ง ต่อให้ตัวเองไม่มีเงินก็เหอะ จะพยายามกระเสือกกระสนไปเพราะไม่รู้ว่าเค้าจะมาอีกเมื่อไหร่ T^T

Airport Limousine + Suica&N'EX

posted on 29 May 2009 14:39 by jining  in TOKYO

ตอนแรกที่เขียนบล็อกกะว่าจะเขียนรวดเดียวจบนะเนี่ย

 แต่เจอปัญหาคอมเจ๊ง กับขี้เกียจซะก่อน

 วันนี้เลยคิดว่ามาอัพเรื่องนี้ดีกว่า เป็นวิธีเดินทางด้วยAirport Limousine

ซึ่งตอนเรายังไม่ได้ไป เราคิดว่ายังไงก็จะเดินทางด้วยวิธีนี้แน่ๆ (กลัวหลง แล้วจะเสียเวลา)

 อย่างน้อยก็คงขากลับเพราะว่าของเยอะชัวร์!!! ก็เลยลองหาๆข้อมูล

แต่ข้อมูลที่ได้ มันก็ยังไม่ได้ตอบแบบทุกคำถามที่เราสงสัย(ตอนยังไม่ได้ไป)

เลยมาเขียนไว้ลงบล็อคดีกว่า เผื่อจะมีคนเป็นเหมือนกันแล้วเสิร์ชมาเจอ ^ ^

 ----------------------------------------

 ไม่เขียนเรื่องตอนเดินทางจากสนามบินแล้วกันเนอะ เพราะเคาท์เตอร์ลิมูซีนหาง่ายมากกก

แล้วในเว็บก็พอมีข้อมูลของเคาท์เตอร์แต่ละเทอมินอลอยู่แล้วด้วย

อีกอย่าง....ขาไปเราไม่ได้เดินทางด้วยลิมูซีนอ่ะ ไปNEXอ่ะ (แอบง่ายแถมสะดวกกว่าที่คิดด้วย)

แล้วก็ต่อไปลงที่สถานีชินจุกุ(ซื้อแบบเป็นแพ็คเกตSuica+Nex)

แอบบอกว่า ตอนลงnex ลืมเอาบัตรsuicaไปแตะตรงขาเข้าจากสถานีล่ะ

ดัี๊นนนน เดินลัดแล้วไปขึ้นรถไฟไปชินจุกุเลย 55555(ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไปได้ไง)

ในกรณีที่ทำเสร่ิอแบบนี้ ก็อยากจะบอกไว้ล่วงหน้าว่า อย่าคิดมาก เพราะมันต้องมีคนเคยมาแล้วสิน่า

(แต่ตอนนั้นเราก็กลัวมาก 555) เอาบัตรไปแตะที่สถานีแล้วมันก็ขึ้นไฟแดงไม่ให้ออก

เลยยืนงงๆ แต่จะยืนนานก็ไม่ได้ คนเยอะ เลยอาศัยช่วงคนน้อยไปลองอีกที

พอไม่ผ่าน เลยเดินไปตรงเจ้าหน้าที่สถานีส่งบัตรให้เค้าแล้วบอกว่าออกไม่ได้ค่า~

(อย่าคิดมากเรื่องแกรมม่าที่ใช้พูด ทำหน้าให้น่าสงสารไว้ เค้าก็เข้าใจ555)

 เค้าก็จะเอาบัตรsuicaเราไป แล้วก็จะถามว่ามาจากสถานีไหนคร๊าบบบ บอกไปก็จะหักเงินให้เรียบร้อย


  ----------------------------------------

 

เอาละ มาถึงตอนที่ขึ้นลิมุซีนบัสกันมั่ง ในกรณีของเราเนี่ย นั่งตอนขากลับ

ซึ่งตอนขากลับเนี่ยเราอยู่แถวอิเคะบุคุโระ  แล้วทีนี้เนื่องจากเปนคนกลัวลำบาก(- -")

สภาพขาเดี้ยงของตัวเองก็เกินรับ แล้วกระเป๋ายังแบบหนักโค่ดดดด โค่ด อีก

เลยตัดสินใจนั่งลิมูซีนดีกว่า เพราะว่าจากอิเคะ นั่งลิมุซีนถูกกว่าnexอีก แถมกระเป๋าก็มีคนขนให้

แล้วจากโรงแรมที่เราอยู่ (อยู่เทียร์เตอร์)ไปซันไชน์สะดวกมาก ทางเดินก็ราบเรียบ แถมมีบันไดเลื่อนให้เป็นช่วงๆ

(คนยังไม่ไปอาจคิดไม่ออกว่า แล้วมันสบายกว่าตรงไหนแค่ทางเดินเนี่ย คือ 

"อย่าประมาททางเดินในรถไฟฟ้ากับรถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่น" ลำบากมากกกกกกก ไม่ได้เหมือนBTS+MRTบ้านเรา

ที่มีไม่กี่สาย อย่างเก่งก็สามชั้นห้าชั้น แต่นี่แบบ...ขอโทดนะคะ บางทีท่านก็มีบันไดเลื่อน

บางทีก็ไม่มี แล้วที่นู่นการเดินทางก็ดีกว่าเรามากกกก ต่อกันเข้าไปสิรถไฟสายไหนๆเชื่อมกันหมด

บางทีมีบันไดเลื่อนก็ไม่ได้ช่วยอะไร แค่พักขาแป๊บๆเท่านั้น นรกมันอยู่ที่การลากกระเป๋าใบเขื่องขึ้น-ลง นี่แหละ)

 เลยตัดสินใจไปมันนี่แหละลิมูซีน ตอนแรกกะจะถามข้อมูลจากพนักงานโรงแรมก่อน

แต่คิดคำไม่ออก บวกกับหาจังหวะดีๆไม่ได้(เขินอ่ะ เวลามีคนไปรุมเยอะๆ 55)

เลยแบบ เออ...ไปดูสถานที่จริงเลยแล้วกัน(วะ) แล้วตอนนั้นคำถามนี่มีเยอะมากในหัว

เช่น ซื้อก่อนได้มั๊ย(เด๋วเอาตังค์ไปใช้หมด ไม่พอค่ารถ) ซื้อก่อนได้กี่วัน ทำยังไง ใช้อะไรมั่ง

 แล้วเราเป็นโรค กลัวพนักงาน และสถานที่หรูๆเล็กน้อย (ไม่จำเป็นไม่เข้าน่ะ ^ ^" ฉายเดี่ยวแล้วรู้สึกไม่มั่น)

แต่สถานการณ์มันบังคับ เลยเดินไปซันไชน์  แล้วก็ไปส่องๆๆๆหาที่ขายบัตร

เสร็จก็เจอโต๊ะขายบัตรลิมูซีนพร้อมพนักงานและแขกรอซื้ออยู่ อีนี่ก็แอบกลัวเล็กน้อย

เลยเดินมาตั้งหลักไกลๆ เริ่มคิดละ ว่าจะถามไรมั่ง พูดยังไงดี ต้องใช้ไรซื้อมั่งเนี่ยยยย

คิดๆ+ทำใจเสร็จ ก็ดุ่มๆๆเข้าไป เจอป้าพนักงานนั่งอยู่ พอกำลังจะถามก็มีคนญี่ปุ่นเข้ามาคุยด้วยพอดี

ใจแป้วไปเลยอ่ะ (ความกล้าที่รวบรวมมา T-T) เสร็จ รอจังหวะพี่แก แล้วก็ถามเลย

ว่าจะมาซื้อตั๋วรถลีมุซีน ป้าแกก็ถามว่ากี่คน ไรงี้ ก็เลยบอกไปว่าคนเดียว แล้วก็พูดตัดหน้าแกก่อน

ว่าจะซื้อของพรุ่งนี้ จากนี่ไปแอร์พอร์ต ซื้อวันนี้ตอนนี้เลยได้มั๊ย  (อารมณ์ว่าจองไม่ก็ซื้อล่วงหน้าน่ะ)

ป้าแกก็งงไปนิดนึง เลยพูดย้ำไปว่าจะไปพรุ่งนี้ ซื้อวันนี้ไว้ได้รึป่าว เค้าก็ได้ๆ

เราก็กำลังบอกว่าเอารอบไหน เพราะว่าหาข้อมูลมาแล้ว แต่บริการเค้าเจ๋งกว่า เค้าถามว่า

1. เครื่องบินอ่ะ flightไหน รอบกี่โมง ก็บอกไป แล้วป้าแกก็แบบเอาตารางเวลามา

แล้วบอกว่า เนี่ยไปรอบนี้นะ หรือว่าอีกรอบเป็นรอบนี้นะ เอารอบไหน รอบไหนดีกว่า ประมาณนี้

ก็เลยตอบๆไปว่าเอารอบนี้ๆ  จิ้มไปเลยก็ได้ ถ้าไม่อยากพูด 555

2. เค้าจะถามชื่อ-นามสกุลเรา (จำไม่ได้ว่าขอพาสปอร์ตมั๊ย แต่น่าจะไม่ เพราะเหมือนเค้าจะได้สะกด

3.  ถามว่าพักอยู่ห้องไหน เราก็งง ป้าแกก็รูมนัมเบอร์ๆ เราก็เลยบอกว่าโน ไม่ได้อยู่โรงแรมนี้

เค้าก็จะ อ๋อ พักที่โรงแรมไหน เค้าก็จะกรอกๆลงไป แล้วก็ขอรายละเอียด

4. ถามสายการบิน ว่าไปสายการบินอะไร แล้วเค้าก็จะกรอกไปว่าเราลงที่เทอร์มินอลไหน

5. เค้าจะทวนรายละเอียดทั้งหมด ออกตั๋วให้ แล้วก็จ่ายเงิน 

แต่ด้วยความสงสัย(ไม่หาย) เลยถามว่าพรุ่งนี้มาขึ้นรถที่นี่เลยใช่ป่ะ ป้าแกก็บอกว่าใช่

รถจะจอดอยู่ข้างนอก มาตอนถึงเวลา ให้มานั่งรอในนี้ได้ อย่าเลท เราก็ถามว่าฝากกระเป๋าไว้ได้มั๊ย

เค้าก็บอกว่าได้ ฝากฟรี เราก็อือๆออๆเสร็จก็ขอบคุณเค้าแล้วออกมา

  ----------------------------------------

พอถึงวันที่จะกลับ ก็เช็คเอ๊าท์จากโรงแรมแล้วลากกระเป๋าไปที่โรงแรมซันไชน์

ไปที่เคาท์เตอร์ขายบัตรนั่นแหละ แต่ไม่มีใครนั่งอยู่ ก็ยืนงงแป๊บบบ นึง ก็มีพนักงานคนนึง

เดินมาถาม ก็เลยบอกว่าจะฝากกระเป๋าไว้ ด้วยความที่กลัวเค้าคิดว่าเราเป็นลูกค้าโรงแรม

แบบจะเช็คอินไรงี้ เลยยื่นตั๋วให้ดู แล้วก็บอกว่าจะมาขึ้นรถลิมูซีนตอนเย็นขอฝากไว้ได้มั๊ย

เค้าก็เอาตั๋วไปเช็คๆๆกับเอกสารของเค้าแล้วก็ลากกระเป๋าเราไปเก็บไว้ อีนี่ก็อารมณ์แบบ แค่นี้เหรอ

เลยยืนค้างไว้ เค้าก็ยิ้มๆให้ เลยทำหน้างงขั้นกว่าใส่ เค้าก็ทำมือแบบเชิญคับ เสร็จแล้ว ไรงี้

ก็เลยเดินออกไปช็อปปิ้ง พอใกล้ๆเวลาก็มานั่งรอที่ลอบบี้โรงแรม 

ทีนี้พอรถมาพนักงานจะลากกระเป๋าทั้งหมดอ่ะออกไป ด้วยความที่แบบไม่แน่ใจว่ารอบนี้ป่าว

เลยยื่นตั๋วให้พนักงานแถวนั้นแล้วชี้ออกไปข้างนอก ว่าใช่ป่าว เค้าก็แบบใช่ๆ แล้วก็พาไปส่ง

(น่ารักมาก เดินออกไปไม่ถึง10ก้าว) แล้วก็คุยกับพนักงานอีกสองคน น่าจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้

เค้าก็ขอตั๋วไปดูแล้วก็จดๆ แล้วก็จะถามว่า มีกระเป๋ากี่ใบ บินไฟรท์นี้ ลงเทอร์มินอลนี้นะ ไรงี้

แล้วเค้าก็จะเอาเอากระดาษมาพันตรงกระเป๋าเรา ประมาณว่าของคนนี้ เอาลงที่เทอร์มินอลนี้

(จำไม่ได้ว่าเค้ายื่นให้เราด้วยอันนึงป่าว เหมือนแบบให้ยื่นให้ตอนลงรถ ไม่ก็ใช้ตั๋วลิมุซีนนี่แหละ)

แล้วก็ขึ้นรถ เลือกที่นั่งได้ตามสบายใจเฉิบ เอ้อ พกพาสปอร์ตติดตัวเสมอนะคะ

เพราะจะมีช่วงนึงตอนทางเข้าสนามบิน จะมีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจตั๋ว พาสปอร์ต

อยากบอกว่าชอบบบ บริการของเค้ามาก คือตอนถึงเทอมินอล1 คนลงกันหมดเลย

เหลือเรากับคนญี่ปุ่นอีกสองคน อีนี่ก็แบบ กุลงด้วยเลยดีมั๊ยวะ ไม่มั่นๆ

ต้องลงที่นี่หรือนั่งต่อเพราะคนลงไปเยอะมากกกก แต่ก็แบบ เออ รอดูก่อนละกัน

 พอถึงเทอมินอล2 ก็ลงไป คือ...ดีใจอ่ะที่เมื่อกี้ไม่พลาดลงไป 555

เค้าจะขนของเราลงมาตามที่ติดไว้บนกระเป๋า น่ะ  พอมองดูเทอ1กับ2แล้วแบบ

ความจริงถ้าเป็นของไทย เค้าขว้างๆลงมาแล้วมั้งน่ะ แต่เค้าก็ใส่ใจถามรายละเอียดว่าขึ้นสายการบินอะไร

 

BB in JP

posted on 20 Nov 2008 01:24 by jining  in GReezzZz

 B  I  G  B  A  N  G  

At Sunshine City

22 / 10 / 2008

แอบแว๊บไปตามบิ๊กแบงที่ญี่ปุ่นมา ทั้งๆที่ก็พูดไม่ได้ ข้อมูลก็มีอยู่1บรรทัด (หลังจากนั่งเสิร์ชไปหลายวัน)

ก็ได้ความแค่ ikebukuro - -* อีบ้านี่เลยมานั่งรอร่างทรงมาลงและเดาเอาเองว่า ตึกซันไชน์ชัวร์!!

แต่พ่อแก้วแม่แก้วคะ...ส่วนไหนของตึกละนะ เลยไปเสิร์ชมาอีก บิ๊กแบง เจแปนๆ

เลยได้มาอีก1ประโยคบอกสถานที่ ซึ่ง...โคดจะไม่เก็ท แต่คิดว่าคงเป็นโซนๆอารมณ์ในพารากอนแน่ๆ


พอถึงวัน ก็ตื่นประมาณ9โมง ออกจากโรงแรมขึ้นใต้ดินไปลงอิเคะ พอหลุดจากยุคมืดของการหลงทางแล้ว

ก็ไปถึงจุดหมาย เป็นเค้าเตอร์อินฟอร์ เลยดิ่งเข้าไปถามเลย ว่าอยากไป....นี้ อยู่ไหน (จำชื่อไม่ได้อ่ะ - -")

เค้าก็บอกมา ก็เดินๆไป สรุป...มันไม่ใช่โซนอ่ะเธอ มันคือ...ลานน้ำพุ....จบ มีป้ายว่าบิ๊กแบงมาตอน6โมง...จบอีกเช่นกัน

อีนี่ก็...เออ 6โมงๆ ก็ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แล้วออกไปแรด เข้ามาอีกที...เที่ยง อยากจะโอ๊ยยยย ให้ลั่นห้าง

นับถือคนญี่ปุ่นจริงๆ...อีตอนเช้าที่มาถึงน่ะ ก็ว่าคนเยอะกว่าที่ควรแล้วนะ แต่นี่...มากันซะ..เห็นแล้วแทบอยากนั่งรถไฟกลับ


แบบ...คุณๆคะ เค้ามา6โมงเย็นนะคะ นี่เที่ยง!! มากันซะยังกะอีก1ชม. จะถึงเวลา

ตอนแรกก็กะจะไปยืนคอยด้วย แต่แบบ...ไม่ไหวอ่ะ มาราธอนเกิน ถึงญี่ปุ่นจะตรงเวลาว่า6โมง ก็คือ6โมง

(ไม่เหมือนไทย มึงบอกกูบ่ายโมง เริ่มซะบ่าย3 -  -*)

แต่ให้ยืนเกาะขอบรอ6ชั่วโมง มันก็เกินไปนะ - -* เลยไปเดินดูของ พอบ่าย3เริ่มเมื่อย ก็มาประจำการตรงนั้น

(มันจะมีที่นั่งอยู่ด้านหลังรั้วตั้งแต่ชั้น2ขึ้นไป) คนเริ่มเยอะ...ถึงเยอะมากกกก ขนาดบ่าย3นะ พอนั่งหายเมื่อย


ก็ไปเดินหามุมยืน (อารมณ์กลัวไม่เห็น)...ตอนแรกจะยืนชั้น2 แต่ขนาดชั้น2นะ...ล่อซะ 3แถวแผงมนุษย์ - -

เลยสรุป....ไปด้านล่างดีกว่า แล้วก็เดินหาๆมุม ได้มุมด้านข้าง ก็ยืนไป.....ตอนยืนน่ะ อยากร้องไห้มาก


กุไม่เคยยืนทนขนาดนี้มาก่อนเลยนะ แล้วประเทศญี่ปุ่นเป็นอะไรที่อุณหภูมิในห้างหรือในรถก็แล้วแต่

ไม่ว่าจะร้อนตับแหกขนาดไหน...ภายในนั้นอุณหภูมิก็จะเป็นปกติ คือ...ไม่เย็นนะ แค่ยืนแล้วเหงื่อไม่ออก แค่นั้น

แต่นี่...ยืนเบียดดดดดด กันยังกะช่วงเซลล์ปลายปี80%!!! เหงื่อนี่แบบ...เสื้อนี่อย่าให้บอก เปียกแล้วเปียกอีก


ก็ยืนไปสิ...3ชั่วโมงแห่งความทรมาน ได้แต่ยืนเฉยๆ นิ่งๆ ขยับให้น้อยที่สุด ฟังคนญี่ปุ่นคุยไปแบบจับคำได้งูๆปลาๆ

เค้าก็คุยๆกันว่าในบิ๊กแบง ว่าใครพูดญี่ปุ่นเก่งสุด เค้าก็แบบ...เหมือนจีจะเก่งสุด แต่ไม่ค่อยพูด แล้วก็เป็นยงเบ ซึง

แต่ท๊อปกับแด ไม่ค่อยพูด แต่เท่าๆที่ฟังดู...ญี่ปุ่นยงเบเหมือนจะป๊อบสุด เพราะป้าๆ+ผู้หญิงข้างๆเค้าชอบกันหมดเลย

ยงเบเป็นนัมเบอร์วัน (ขายของเข้าไป) แล้วก็พูดถึงโซโล่ คอน...อันนี้เริ่มไม่รู้เรื่องละ แหะๆๆ

ก่อน6โมงซักแป๊บ พอสต๊าฟเซตทุกอย่างเสร็จ คนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้...มีผู้หญิงญี่ปุ่นคนนึงเดินมาข้างหลัง

แล้วก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป พี่สต๊าฟเห็นก็พูดอะไรซักอย่าง....ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ในใจก็เริ่มรู้สึกแปลกๆละ

ซักพัก..มีคนถ่ายรูปอีก...พี่แกมาอีกค่ะ พูดเหมือนเดิม รอบนี้ฟังออกแต่...ชะชินๆ อีนี่ก็...อะไรวะ ไม่ให้กุถ่ายรูปเหรอวะ

จะถามคนญี่ปุ่นข้างๆก็..นะ เลยปล่อยเลยตามเลย ในใจก็เตรียมแผนไว้ว่า...ถ้าเค้าไม่ให้ถ่าย ดูเสร็จจะวิ่งไปชั้น2เลย

ไปถ่ายชั้น2 อย่างน้อยก็ไม่มีคนกัน(รึป่าว??) พอ6โมงปุ๊บ ก็มีพิธีกรพูดๆๆๆ ซักพักบิ๊กแบงก็มา...ร้องประมาณ3-5เพลง

(ไม่แน่ใจอ่ะ...ลืม) แต่ที่แน่ๆ มี Number 1, haru haru แล้วก็...ไม่ with u ก็ how gee นี่แหละ จำไม่ได้แล้วอ่ะ

ระหว่างนั้น คนญี่ปุ่นก็ชุลมุนค่ะ....ยกกล้องขึ้นมาถ่ายเพียบ กะเหรี่ยงนีเลย ...กุเอามั่ง ถ่ายแบบทุลักทุเลมากๆ

สต๊าฟก็วิ่งโฉบ ยกมือขึ้นทุก2นาที แล้วก็ไม่ใช่คนเดียวนะ พี่เค้าทำงานเป็นทีมมาก มีคนทำหน้าที่วิ่งโฉบอยู่ประมาณ5-6คน

แล้วก็จะมีคนวอมาบอก ว่าด้านนี้ๆนะ ประมาณนี้ แล้วเวลาเค้ามา ก็ต้องลดกล้องลง หรือ..เอามือบัง ไม่งั้น ไม่ไปค่ะ


อีนี่ก็เอาสิ...กล้องกุ เพิ่งได้ก่อนมาญี่ปุ่น ยังไม่ได้ลองของ ปรับไม่เก่งเลย ก็งกๆเงิ่นๆเข้าไป หาบิ๊กแบงไม่เจอบ้าง

ซูมไม่ได้บ้าง มือสั่น คนข้างหน้าบัง มือบัง สารพัดปัญหา ตอนท้ายๆเริ่มแบบ..เออ ถ่ายวีดีโอดีกว่า (เพิ่งคิดได้ - -*)

แต่คนข้างๆ เค้าเก่งมากอ่ะ ถ่ายรูปได้มือโปรมาก นิ่ง...รูปชัด เหนหน้า แล้วดูอีนี่ถ่ายมา....นึกว่ากล้องโลโม่

บางทีมาเป็นผี ไม่เห็นหน้า มีไม่ครบ ตกกล้อง...ห่วยสถุยมาก ส่วนนึงก็มาจากความห่วยส่วนตัว

อีกส่วนคือ...บิ๊กแบง..เวลาขึ้นเวทีทีไรอ่ะ ไม่เคยนิ่งเลยยยย จับภาพยากมาก ยืนอยู่2วิ เอาละ

แต่แบบ....ไลฟ์ Number 1 มันมากกกกกกกกกก ยิ่งท่อนจี jump jump jump นะ กระโดดกระจาย

จากตอนแรกเฉยๆ พอเสร็จงานนี้...ชอบเลย พอร้องเสร็จ...บิ๊กแบงก็กลับเข้าหลังเวทีไป!!!!!!

กุแบบ...กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ไม่จริงใช่มั๊ยอ่ะ โกหกใช่มั๊ย นี่เปิดอัลบั้ม มึงไม่มีสัมภาษณ์หน่อยเหรอ

แล้วแฟนคลับที่ได้เข้าไปในคอกอ่ะ หมายความว่าไง...มันต้องมีดิๆๆ(ให้ความหวังตัวเองในใจ)

อีพิธีกรก็พูดๆๆไป แล้วก็แบบซื้อซีดีให้ตรงด้านข้างนะ อะไรประมาณนั้น(มีจัดบู๊ทขายด้วย)

อีนี่ก็เริ่มเหงื่อตกละ....แล้วก็เงียบกันทั้งเวที ซักพัก...พิธีกรคนเดิมเดินขึ้นมาใหม เรียกบิ๊กแบงออกมาถ่ายรูปกับแฟนๆ

เลยเริ่มปฎิบัติการถ่ายรูปอีกรอบค่ะ มายืนกันแบบหันหลังให้แฟนคลับอ่ะ ถ่ายกันประมาณ5นาที

แล้วบิ๊กแบงก็หมุนรอบตัวโบกมือ...และลงเวทีไปแบบคนดูงง อารมณ์ค้าง...................ชิ้ง.........

ยิ่งจีนะ...ลงไปคนแรกเลย ต่อด้วยท๊อป...ส่วนอีก3คน เดินตามกันไปติดๆ

ไงละ ยืน3ชั่วโมงกุ....เพื่อดูไลฟ์บิ๊กแบง30นาที!!! ไอ้ที่พิมๆทั้งหมดอ่ะ รวมกันเป็นเวลาแค่30นาที

แบบไม่ได้นับเฉพาะบิ๊กแบงด้วยนะ คือเริ่ม6โมง 6โมงครึ่ง กุยืนเอ๋อแดกหลังงานพร้อมซีดี1แผ่นแล้วอ่ะ

แต่ตอนท้ายก่อนลงไป จีน่ารักมากเลย คือ...ก็สังเกตนานแล้วนะ ว่าจีจะติดนิสัยยกมือแบบไหว้อ่ะ

แต่พอได้เห็นเองแล้วแบบ กรี๊ดดดดดด ก่อนลงเวทีตอนบิ๊กแบงโบกๆมือกันอ่ะ จีจะแบบพนมมือทำเหมือนไหว้น่ะ

รอบวงเลย ทำตลอดเลย พอครบรอบวงชั้นบน ชั้นล่าง ก็ลงเวที...ดิ่งลงไปก่อนเพื่อนเลย แบบขนาดถ่ายเมนจีอยู่

ยังตามไม่ทัน หาจีไม่เจออ่ะ ว่าอยู่ไหน จนมานั่งดุแล้วแบบ...เสื้อจี........ลงไปแล้ว ลงไปก่อนเพื่อนแบบไม่เห็นฝุ่น - -"

ไปตาม(เรียกงี้จะถูกมั๊ยเนี่ย ก็แค่ไปงานเฉยๆอ่ะนะ - -")บิ๊กแบงที่ญี่ปุ่นทำให้รู้ว่า....น้องหล่อมากกกกกก

แบบ...ไม่ไหวแล้ว จี ท็อป ซึง ยงเบ แด น่ารักกว่าตอนมาไทยมากๆ อาจเพราะเสื้อผ้าด้วย(ที่นั่นเริ่มเย็น)

ท็อปแบบ...หล่อโฮกๆๆ ซัดโฮกฮากเลย ลืมจีไป5วิ (ลืมนานไม่ได้ เด๋วลงเวทีกันก่อน 555) ผ้าผันคออันนั้น

เสื้อตัวนั้น ท็อปใส่แล้วแบบ...โอวววววว พอคุณ....ชอบค่ะ หล่อ!!! 5555+

 

หลังจากยืนสูดดมกลิ่น5หนุ่มจนพอใจแล้ว ก็ไปหาที่นั่ง (ที่เดิม) ดูรูป.....อยากตายมากกก

คือ...ไม่ชัดอ่ะ เบลออ่ะ ไม่เห็นหน้าง่าา~!!!!! วีดีโอที่ถ่ายไว้ก็แบบ....เร็วมากกก ตอนนั้นเหมือนถ่ายนานไง แล้วไง

พอมาดู...อย่างละ5วิ นานสุดตอนฮารุๆประมาณ30วิ แต่ขอโทษ...ลืมกดให้มันโฟกัสหน้าอ่ะ!!! T_____T

อยากจะเอากล้องตบหัวตัวเองให้มันแตกๆๆตาย จะได้หายโง่ แล้วขอโทษตอนยืนถ่ายรูปก็ว่าทำไมมันซูมไม่ได้

นึกว่ามือตัวเองไปโดนแล้วแบบ..เหมือนไม่ได้กดเลื่อนมันจิงๆไรงี้ ป่าวค่ะ หยั่งรู้ได้ตอนนั่งแล้วนึกออก

ว่าเมื่อวานอยากลอง แบบ...ไม่ซูมเลยได้มั๊ย เลยไปกดปิดซูม....เป็นไงล่ะ ไม่ซูมสะใจ....กุ อ ย า ก ต า ย ยยย

มาดูรูปแล้ว....รูปคนอื่นๆอ่ะ...ไม่ค่อยชัด+ไม่ค่อยเห็นเลย ที่ชัดสุด คือ...ท็อป เพราะ ท็อปยืนนิ่งๆมากสุด 555+

จะเอาไปบอกใคร ก็...นะกลัวโดนสอยกลับมา แต่มันจริงง่ะ 5555+


แต่สงสารแฟนๆที่ญี่ปุ่นมาก พอมาเจอแบบนี้แบบ....อยู่ไทยเหอะ เป็นคนไทยอ่ะดีแล้ว

ไปทุกครั้งมีมีทติ้ง อย่างน้อยก็ได้เห็นหน้านานอ่ะ อันนี้30นาที - -" รอกันลมแทบจับกระเพาะพรุน

แล้วคนที่ได้เข้าไปอยู่ในคอก ไม่รู้ว่าได้อย่างอื่นอีกรึป่าวนะ แต่เท่าที่เห็นๆ...ก็แค่เห็นบิ๊กแบงชัดกว่า.....แล้วไง - -??

คือ ชัดกว่าจิงๆอ่ะ เวลามองต้องฝ่าเค้าๆไปก่อน แต่....ก้ไม่ได้ทำให้สามารถสัมผัสใครได้แม้แต่ปลายผมร่วง - -

อยู่ไทยเถิด ถึงจะอยุ่นอกคอกที่ล้อมไว้ แต่ถ่ายรูป ก็ไม่มีใครห้าม หนุ่มๆก็อยู่นาน นั่งให้สัมภาษณ์

คนที่ได้สิทธิ์เข้าไป ก็พิเศษจริงๆ อันนี้...........นะ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

 

สรุป.....วันนั้นถึงแม้เราจะเจอกันแค่นั้น แต่ก็บ้าไปทั้งวันอ่ะค่า~~ ตอนเย็นๆไปเดินชิบุย่าต่อ

ยังบ้ายืนดูโฆษณาบิ๊กแบงอยู่แยกชิบุย่าเลยอ่ะ 555+

ตลอดทริปเจอกันแค่นั้นเพราะ....ไม่ได้เล่นเนต ไม่ได้ตามข่าว ไม่รู้โรงแรม

แต่เดาเอาเองว่าน่าจะอยู่แถวชิบุย่า ตอนดึกๆอุตส่าห์เดินออกนอกโรงแรมมาเผื่อเจอ

แล้วไง.....ไม่มีแม้แต่ปลายผม T________T อุตส่าห์ไปดักนะนั่น T^T

edit @ 21 Nov 2008 03:31:40 by i t ' s M e